อีเมล์, E-Mail, Electronic Mail หรือ จดหมายอิเล็คทรอนิกส์
E-mail คือ จดหมาย ที่ใช้รับส่งกันโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ บางแห่งใช้เฉพาะภายใน บางแห่งใช้เฉพาะภายนอกองค์กร (สำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ internet) การใช้งานก็เหมือนกับเราพิมพ์ข้อความในโปรแกรม word จากนั้นก็คลิกคำสั่ง เพื่อส่งออกไป โดยจะมีชื่อของผู้รับ ซึ่งเราเรียกว่า Email Address เป็นหลักในการรับส่ง
รูปแบบชื่อ Email Address จะเป็น yourname@sanook.com
1. yourname คือ ชื่อที่เราสามารถตั้งเป็นชื่ออะไรก็ได้ (แต่ต้องไม่ซ้ำกับของคนอื่น)
2. เครื่องหมาย @ สำหรับกั้นระหว่าง ชื่อ กับ ชื่อเว็บไซต์ หรือ domain name
3. sanook.com คือ ชื่อเว็บไซต์ หรือ domain name
ชนิดของการรับส่ง E-mail
1. รับส่งโดยใช้โปรแกรม E-mail โดยเฉพาะ เช่น Outlook Express, Eudora
2. รับส่งโดยผ่าน Web site เช่น www.sanook.com, www.yahoo.com
3. รับส่งโดยผ่าน Web Browser เช่น Netscape, IE เป็นต้น
การรับส่ง E-mail แบบที่ 1 ตามปกติจะต้องมีการกำหนด Configuration เพื่อกำหนด Incoming Mail และ Outgoing Mail Server ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากในการ check mail เนื่องจากบางคนไม่ได้มีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นของตนเอง หรือบางคนอาจจะต้องเดินทางบ่อย ๆ ทำให้ไม่ค่อยสะดวก ดังนั้น แบบที่ 2 คือ check email ผ่าน Web site จึงมีผู้นิยมมากที่สุดในโลก เนื่องจากไม่จำเป็นต้องกำหนด Configuration อะไรทั้งสิ้น แค่เพียงสมัครเป็นสมาชิกกับ Web site ที่ให้บริการ แค่จำชื่อ User และ Password เท่านั้น ก็สามารถจะตรวจสอบ E-mail ได้จากที่ต่าง ๆ ทั่วโลก (การลงทะเบียนเพื่อขอ E-mail แบบที่ 2 นี้จะเป็นการให้บริการฟรี!)
Web site ที่ให้บริการ E-mail ฟรี ได้แก่
http://www.sanook.com
http://www.hotmail.com
http://www.chaiyo.com
http://www.gmail.com
อื่น ๆ
วิธีการใช้งานทั่วไป
1. TO - หมายถึง ชื่อ E-mail สำหรับผู้รับ
2. FROM - หมายถึง ชื่อ E-mail สำหรับผู้ส่ง
3. SUBJECT - หมายถึง หัวข้อเนื้อหาของจดหมาย
4. CC - หมายถึงสำเนา E-mail ฉบับนี้ไปให้อีกบุคคลหนึ่ง
5. BCC - หมายถึงสำเนา E-mail ฉบับนี้ไปให้อีกบุคคลหนึ่ง แต่ผู้รับ (TO) จะไม่ทราบว่าเราสำเนาให้ใครบ้าง
6. ATTACHMENT - ส่ง file ข้อมูลแนบไปพร้อมกับ E-mail
http://guru.sanook.com/search/E-Mail
วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553
การสื่อสารข้อมูลเเละระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ในปัจจุบันนี้ถือได้ว่าเป็นโลกของข้อมูลข่าวสาร หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นยุคของโลกไร้พรมแดน คนที่อยู่คนละซีกโลกกันสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้ การสื่อสารข้อมูลมีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน การสื่อสารข้อมูลนั้นมีทั้งแบบใช้สายสัญญาณ เป็นนำข้อมูลออกไปและส่งไปให้ยังเครื่องรับปลายทาง และนอกจากนี้ยังมีการสื่อสารข้อมูลโดยที่ไม่ต้องใช้สายสัญญาณ เช่น การสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม เป็นต้น
องค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสารจะประกอบด้วย
ผู้ส่ง (Sender)
ตัวกลาง (Media)
ข้อมูล (Message)
ผู้รับปลายทาง (Receiver
องค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสารข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์จะประกอบด้วย
ผู้ส่ง (Sender)
ตัวกลาง (Media)
ข้อมูล (Message)
ผู้รับปลายทาง (Receiver)
โปรโตคอล (Network Protocol)
โปรโตคอล(Protocol)
กฏเกณฑ์ที่ใช้เป็นทางการที่ใช้ในการสื่อสาร
วิธีการส่ง ( Transmission )
การอินเตอร์เฟส (Interface)
การเข้ารหัส ( Coding )
วิธีการตรวจสอบในกรณีที่ข้อมูลที่รับและส่งมีปัญหาให้เป็นรูปแบบเดียวกัน
สามารถแปลงให้เป็นรูปแบบเดียวกันได้
ทิศทางของการสื่อสารข้อมูล
แบบทิศทางเดียว (Simplex หรือ One-Way)
แบบกึ่งสองทิศทาง (Half Duplex)
แบบสองทิศทาง (Full Duplex หรือ Both-Way)
สื่อกลางที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
สื่อกลางที่เป็นสายสัญญาณ (Wire
สายเกลียวคู่ (Twisted pair Cable)
สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)
เส้นใยแก้วนำแสง หรือ ไฟเบอร์ออฟติกส์ (Fiber Optic Cable
สื่อกลางที่ไม่ใช้สายสัญญาณ (Wireless)
ระบบไมโครเวฟ (Microware System)
การสื่อสารด้วยดาวเทียม (Satellite Transmission)
ระบบที่ใช้คลื่นวิทยุเป็นพาหะ (Radio Carrier)
ระบบที่ใช้คลื่นแสงเป็นพาหะ (Light Carrier)
เครือข่ายคอมพิวเตอร์(Computer Network)
หมายถึง กลุ่มของคอมพิวเตอร์ที่ถูกนำมาเชื่อมต่อกัน เพื่อให้ผู้ใช้ในระบบเครือข่ายสามารถติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูลและใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบเครือข่ายได้
ประเภทของระบบเครือข่าย
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระยะใกล้
(Local Area Network: LAN)
ระบบเครือข่ายเน็ตเวิร์กระยะกลาง
(Metropolitan Area Network: MAN)
ระบบเครือข่ายระยะไกล
(Wide Area Network: WAN)
องค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสารจะประกอบด้วย
ผู้ส่ง (Sender)
ตัวกลาง (Media)
ข้อมูล (Message)
ผู้รับปลายทาง (Receiver
องค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสารข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์จะประกอบด้วย
ผู้ส่ง (Sender)
ตัวกลาง (Media)
ข้อมูล (Message)
ผู้รับปลายทาง (Receiver)
โปรโตคอล (Network Protocol)
โปรโตคอล(Protocol)
กฏเกณฑ์ที่ใช้เป็นทางการที่ใช้ในการสื่อสาร
วิธีการส่ง ( Transmission )
การอินเตอร์เฟส (Interface)
การเข้ารหัส ( Coding )
วิธีการตรวจสอบในกรณีที่ข้อมูลที่รับและส่งมีปัญหาให้เป็นรูปแบบเดียวกัน
สามารถแปลงให้เป็นรูปแบบเดียวกันได้
ทิศทางของการสื่อสารข้อมูล
แบบทิศทางเดียว (Simplex หรือ One-Way)
แบบกึ่งสองทิศทาง (Half Duplex)
แบบสองทิศทาง (Full Duplex หรือ Both-Way)
สื่อกลางที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
สื่อกลางที่เป็นสายสัญญาณ (Wire
สายเกลียวคู่ (Twisted pair Cable)
สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)
เส้นใยแก้วนำแสง หรือ ไฟเบอร์ออฟติกส์ (Fiber Optic Cable
สื่อกลางที่ไม่ใช้สายสัญญาณ (Wireless)
ระบบไมโครเวฟ (Microware System)
การสื่อสารด้วยดาวเทียม (Satellite Transmission)
ระบบที่ใช้คลื่นวิทยุเป็นพาหะ (Radio Carrier)
ระบบที่ใช้คลื่นแสงเป็นพาหะ (Light Carrier)
เครือข่ายคอมพิวเตอร์(Computer Network)
หมายถึง กลุ่มของคอมพิวเตอร์ที่ถูกนำมาเชื่อมต่อกัน เพื่อให้ผู้ใช้ในระบบเครือข่ายสามารถติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูลและใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบเครือข่ายได้
ประเภทของระบบเครือข่าย
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระยะใกล้
(Local Area Network: LAN)
ระบบเครือข่ายเน็ตเวิร์กระยะกลาง
(Metropolitan Area Network: MAN)
ระบบเครือข่ายระยะไกล
(Wide Area Network: WAN)
ความหมายของอินเตอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ต คือ เครือข่ายของคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน โดยอาศัยเครือข่ายโทรคมนาคมเป็นตัวเชื่อมเครือข่าย ภายใต้มาตรฐานการเชื่อมโยงด้วยโปรโตคอลเดียวกันคือ TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในอินเทอร์เน็ตสามารถสื่อสารระหว่างกันได้ นับว่าเป็นเครือข่ายที่กว้างขวางที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากมีผู้นิยมใช้ โปรโตคอลอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลกมากที่สุด
อินเทอร์เน็ตจึงมีรูปแบบคล้ายกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบ WAN แต่มีโครงสร้างการทำงานที่แตกต่างกันมากพอสมควร เนื่องจากระบบ WAN เป็นเครือข่ายที่ถูกสร้างโดยองค์กรๆ เดียวหรือกลุ่มองค์กร เพื่อวัตถุประสงค์ด้านใดด้านหนึ่ง และมีผู้ดูแลระบบที่รับผิดชอบแน่นอน แต่อินเทอร์เน็ตจะเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างคอมพิวเตอร์นับล้านๆ เครื่องแบบไม่ถาวรขึ้นอยู่กับเวลานั้นๆ ว่าใครต้องการเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตบ้าง ใครจะติดต่อสื่อสารกับใครก็ได้ จึงทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตไม่มีผู้ใดรับผิดชอบหรือดูแลทั้งระบบ
อินเทอร์เน็ตจึงมีรูปแบบคล้ายกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบ WAN แต่มีโครงสร้างการทำงานที่แตกต่างกันมากพอสมควร เนื่องจากระบบ WAN เป็นเครือข่ายที่ถูกสร้างโดยองค์กรๆ เดียวหรือกลุ่มองค์กร เพื่อวัตถุประสงค์ด้านใดด้านหนึ่ง และมีผู้ดูแลระบบที่รับผิดชอบแน่นอน แต่อินเทอร์เน็ตจะเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างคอมพิวเตอร์นับล้านๆ เครื่องแบบไม่ถาวรขึ้นอยู่กับเวลานั้นๆ ว่าใครต้องการเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตบ้าง ใครจะติดต่อสื่อสารกับใครก็ได้ จึงทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตไม่มีผู้ใดรับผิดชอบหรือดูแลทั้งระบบ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)